| Subcribe via RSS

มือระเบิดขับรถบรรทุกโจมตีทำเนียบรบ.อัฟกัน

November 20th, 2008 | No Comments | Posted in ข่าวต่างประเทศ

   มือระเบิดฆ่าตัวตายขับรถบรรทุกโจมตีด้านนอกของทำเนียบรัฐบาลในอัฟกานิสถานเมื่อวันพฤหัสบดี(20) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 รายและบาดเจ็บมากกว่า 16 คน ในจำนวนนั้นมีทหารต่างชาติรวมอยู่ด้วย 2 นาย
       
       ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบสำหรับเหตุโจมตีในตำบลดาวมันด์ จังหวัดคอสต์ ทางตะวันออกของประเทศ ตามแนวชายแดนติดกับปากีสถาน แต่มันเป็นวิธีการเดียวกับกลุ่มหัวรุนแรงตอลิบาน
       
       ตำรวจ 2 นายที่คุมกันบริเวณประตูของทำเนียบรัฐบาลและพลเรือนอีก 7 คนที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเสียชีวิตจากแรงระเบิด หัวหน้าหน่วยความมั่นคงของจังหวัดคอสต์ อับดุล กายอม บากี โซอี บอก
       
       เขาบอกต่อว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 14 คน ในจำนวนนั้นเป็นตำรวจ 2 คนและพลเรือน 7 คน นอกจากนี้แรงระเบิดยังได้สร้างความเสียหายให้กับตัวอาคาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเปิดเผยว่าระเบิดถูกซุกซ่อนในรถบรรทุก
       
       ด้านกองบัญชาการกำลังนานาชาติเพื่อช่วยเหลือด้านความมั่นคงในอัฟกานิสถาน ซึ่งนำโดยนาโตในคาบูล ระบุว่ามีทหารของไอเอสเอเอฟได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
โดย ผู้จัดการออนไลน์

เศรษฐกิจโลกยิ่งส่อเค้ามืดมนเฟดชี้สหรัฐฯอาจถดถอยยาวนาน

November 20th, 2008 | No Comments | Posted in ข่าวต่างประเทศ

เศรษฐกิจทั่วโลกส่อเค้าอาการลำบากสาหัสหนักขึ้นอีกเมื่อวันพฤหัสบดี(20) ภายหลังสหรัฐฯแถลงตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของภาวะเงินฝืดและความอ่อนแอกำลังเพิ่มมากขึ้น แถม “เฟด” ยังออกปากถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการถดถอยยาวนาน ขณะที่ทางฟากญี่ปุ่นก็ระบุว่า การส่งออกสู่เอเชียกำลังทรุดเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี และการปลดพนักงานก็กำลังมากขึ้น
       
       เมื่อวันพุธ(19) กระทรวงแรงงานสหรัฐฯรายงานว่า ราคาผู้บริโภคของอเมริกาดิ่งลงไป 1% ในเดือนตุลาคม อันเป็นการลดลงต่อเดือนที่มากที่สุดตั้งแต่ทางกระทรวงเริ่มรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 1947
       
       ส่วนกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯก็ระบุว่า ที่อยู่อาศัยใหม่ก็ลดจำนวนลงมา 4.5% เมื่อเทียบกับปีต่อปีหรืออยู่ที่เท่ากับ 791,000 หน่วยเท่านั้น นับเป็นอัตราเพิ่มที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มรายงานมาในปี 1959
       
       รายงานทั้งสองนั้นแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังอ่อนแอลงมากกว่าที่ได้คาดไว้เดิม ซึ่งจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆของประเทศในไตรมาสที่สี่และหลังจากนี้ลดน้อยลงอย่างมาก
       
       ”อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หดตัวพร้อมทั้งเงินเฟ้อที่ดิ่งลงด้วย ทำให้เริ่มมีเสียงพูดหนาหูถึงภาวะเงินฝืด” เจนนิเฟอร์ ลี จากบีเอ็มโอ แคปปิตอล มาร์เก็ตส์กล่าว “และคาดว่าภาพรวมในไตรมาสที่ปีนี้จะอัปลักษณ์ยิ่ง”
       
       ในขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ก็ลดประมาณการณ์เติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีหน้าลง ซึ่งตอกย้ำความเป็นไปได้ที่ว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะถดถอยรุนแรง ในขณะที่แง้มประตูสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเอาไว้
โดย ผู้จัดการออนไลน์

แฉ “นายพลคนดัง” วางแผนที่เซ็นทรัล ปิ่นฯ ก่อนสั่งบึ้มพันธมิตร!

November 20th, 2008 | No Comments | Posted in ข่าวทั่วไป

แหล่งข่าวหน่วยข่าวกรองทหารบกเผย “นายพลคนดัง” นัดประชุมลูกน้องนับสิบที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ก่อนลงมือเมื่อคืนที่ผ่านมา ใช้ “จ่าหลิม-จ่าเทพ” เป็นทีมงาน ยืนยันผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว แต่ก็ปล่อยให้เกิดเหตุสลดอีก “พล.อ.ปฐมพงษ์” ยืนยันระเบิด M-79 ชี้คนยิงต้องเชี่ยวชาญ
       
       รายงานจากหน่วยข่าวกรองทหารบก แจ้งว่า ก่อนหน้าเกิดเหตุระเบิดในทำเนียบรัฐบาลในช่วงประมาณ 03.00 น. ช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 พ.ย. ชุดปฏิบัติการของ “นายพลคนดัง” ที่ข่มขู่ลอบทำร้ายพันธมิตรฯ ด้วยอาวุธสงคราม ได้นัดประชุมวางแผนพร้อมกับชายฉกรรจ์ตัดผมเกรียนกว่า 10 นาย ที่ร้านกาแฟชื่อดังในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
       
       โดยนายพลคนดังมอบหมายให้ “จ่าหลิม” หรือ “จ่าหลิว” เป็นหัวหน้าชุดยิงระเบิด M-79 สำหรับจ่าหลิม อายุประมาณ 50 ปี รูปร่างท้วมเตี้ย เป็นทหารติดตามนายพลคนดัง ทำหน้าที่ขับขับรถเบนซ์ วีโต้ สีเทา-ดำ พาหนะของนายพลคนดัง ปัจจุบันจ่าหลิมรับราชการสังกัดหน่วยทหารย่านเกียกกาย
       
       ส่วนชุดเก็บซ่อนอาวุธสงคราม นำโดยทหารระดับ ผบ.ร้อย ยศร้อยเอก สังกัดหน่วยทหารยานเกราะ ใบหน้ามีรอยบาก สังเกตได้ชัดเจน ทำงานรับจ้างคุ้มครองผับชื่อดังย่านซอยทองหล่อ 21 ทำหน้าที่ซุกซ่อนอาวุธสงครามที่ทำร้ายพันธมิตรฯ ไว้ในหน่วยทหาร
       
       สำหรับชุดก่อกวนด้วยวัตถุระเบิด นำโดย “จ่าเทพ” ทหารนอกราชการ บุคลิกหน้าตาแบบคนไทยแท้โบราณ โดยมีทหารบกยศจ่าจากจังหวัดจันทบุรีร่วมเป็นทีมงาน ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุระเบิด หน่วยข่าวกรองทหารบกได้รายงานข้อมูลดังกล่าวไปให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วเพื่อหามาตรการป้องกัน แต่ก็ยังเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีก
       
       ด้าน พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการกองบัญชาการทหารสูงสุด และที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้กล่าวบนเวทีทำเนียบรัฐบาลในช่วง 13.15 น.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าจากการตรวจสอบแล้วยืนยันว่าเป็นระเบิดชนิด M-79 อย่างแน่นอน และการยิงจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติการพร้อมกัน 2 คน
       
       เสธ.แดง รับมีคนขับรถชื่อ “จ่าหลิม-จ่าเทพ”
       
       จากข่าวดังกล่าว ล่าสุดช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ขัยติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุว่า ตนเองไม่รู้สึกตกใจหรือตื่นเต้นกับข้อมูลที่มีการเผยแพร่ออกมา พร้อมกล่าวยอมรับว่าตนเองมีลูกน้องชื่อ “จ่าหลิม” และ “จ่าเทพ” โดยทั้งคู่เป็นคนขับรถให้ แต่ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร
       
       “จ่าหลิม เป็นนักดื่มเหล้า ซึ่งจะมีอาการเมาทั้งวันทั้งคืน และจ่าหลิมก็อายุมากแล้วตอนนี้ก็นับวันที่จะเกษียณอายุราชการจะเอาแรงที่ไปไปถืออาวุธสงครามมายิง ส่วนจ่าเทพ ก็ได้ลาออกจากราชการไปแล้ว ซึ่งตัวของจ่าเทพ ก็มีน้ำหนักเป็น 100 กิโลกรัม เดินเหินก็ค่อนข้างลำบาก ดังนั้นข้อมูลที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาเปิดเผยล้วนแต่มั่วสิ้นดี” พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า
       
       ส่วนกรณีที่มีการอ้างอิง แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองทหารบกว่าก่อนเกิดเหตุช่วงเช้ามืดวันนี้ ทางทีมผู้ก่อการได้มีการวางแผน พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า “มันอ้างไปเรื่อยๆ ตอนนี้มันพยายามดิ้นจึงได้กุเรื่องต่างๆ ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ข้อมูลที่ได้มาไม่ได้มาจากหน่วยข่าวกรองทหารบก แต่เป็นการแต่งขึ้นมาเอง และตนก็ไม่เคยไปห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า”
       
       พร้อมกันนั้น เสธ.แดง กล่าวด้วยว่า จ่าหลิม และ จ่าเทพ เป็นคนที่ใครๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี รวมถึง 5 นายพลที่ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตร ทั้งนี้ตนไม่สงสัยว่าทำไมเขาถึงได้มาอ้างเพราะรู้ ๆ กันอยู่ว่ากลุ่มพันธมิตรหมดความชอบธรรมไปตั้งนานแล้ว ก็พยายามหาเรื่องมาผูกโยงเพื่อเรียกคะแนนจากประชาชนให้ร่วมสังฆกรรม
โดย ผู้จัดการออนไลน์

“ชาย” ขลาด หนีตอบกระทู้สัตว์นรก ลอบบึ้ม-ฝ่ายค้าน ซัด รบ.ฆาตกรรมปชช.

November 20th, 2008 | No Comments | Posted in ข่าวการเมือง

“สมชาย” ตาขาวชิ่งหนีกระทู้สัตว์นรกบึ้มทำเนียบ อ้างติดภารกิจ โยนให้ “โกวิท” รับหน้าเสื่อ ใส่ร้าย ปชช.เป็นม็อบมีเส้น อภิสิทธิ์ชน ทำผิด กม.เจอ “นิพิฏฐ์” ท้าแฉเส้นใคร พิสูจน์ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ลั่นรัฐบาลสืบทอดมรดก “แม้ว” ฆาตกรรม ปชช.
       
       วันนี้ (20 พ.ย.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องท่าทีและแนวทางปฏิบัติของนายกรัฐมนตรี ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในกรุงเทพมหานคร ถามนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย มาตอบกระทู้แทน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ได้เป็นผู้ตอบกระทู้เรื่องปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาใต้ แต่ นายนิพิฏฐ์ ได้ทักท้วงถามว่าตนต้องการกระทู้ถามนายกฯโดยตรง เนื่องจากต้องการจะถามว่ามีส่วนรู้เห็นต่อการยิ่งระเบิดเข้าไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งคนที่จะตอบได้ ก็คือ ตัว นายสมชาย เพียงคนเดียว ซึ่ง พล.ต.อ.โกวิท อ้างว่า นายกฯติดภารกิจต้องไปประชุมสภาความมั่นคง และตนสามารถตอบแทนได้ทุกเรื่อง
       
       แต่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า นายกฯจะหนีสภาไปแบบนี้ไม่ได้ เพราะมีพฤติกรรมแบบนี้มาแล้ว 2 ครั้ง หากจะต้องประชุมเรื่องความมั่นคง ทำไมไม่มอบหมายให้ รมว.มหาดไทย ไปประชุมแทน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเป็นความเป็นความตายต่อชีวิตของประชาชน ซึ่งตนจะกระทู้ถามเรื่องนี้ แต่ต้องการให้ประชาชนได้เห็นว่านายกฯไม่ได้ให้ความสำคัญเลย
       
       จากนั้น นายนิพิฏฐ์ ได้ตั้งกระทู้ถามสดว่า เหตุการณ์ทีเกิดขึ้นที่ทำเนียบ มีการใช้ปืนเอ็ม 79 ยิงเข้าไปในทำเนียบทำให้มีคนบาดเจ็บ 20 คน เสียชีวิต 1 คน และที่ผ่านมา ความรุนแรงในกทม.ก็ดำเนินการการอย่างต่อเนื่อง 22 ครั้ง แต่รัฐบาลไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้แม้แต่คนเดียว จึงอยากถามว่า นายกฯมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมในเหตุการณ์ที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า มีการขนอาวุธระเบิดเข้าสู่ กทม.และบอกว่า หลังวันที่ 16 พ.ย.จะมีเหตุเกิดขึ้นใน กทม.แสดงว่า นายกฯรู้ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น แล้วก็บอกว่าให้หน่วยข่าวกรองตำรวจติดตามใกล้ชิด นอกจากนี้ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ก็ให้สัมภาษณ์ว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นในวันที่ 19 พ.ย.แล้วบอกว่า เวลาดีคือเวลา 03.00 น.ซึ่งบอกว่าหากพันธมิตรฯไม่ออกไปให้จองวัดไว้เลย นายกฯของประเทศ และ พล.ต.ของกองทัพ ยืนยันข้อเท็จจริงตรงกัน และก็เกิดขึ้นจริงๆ และก่อนที่จะเกิดเหตุรุนแรงโฆษกรัฐบาลได้แถลงข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยึดทำเนียบทำให้เกิดความเสียหาย 100 ล้าน จากนั้นก็เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น
       
       “ผมไม่สงสัยนายกฯไม่ได้ เพราะรัฐบาลเป็นคู่กรณีกับประชาชน แต่ประชนมีมือเปล่า แต่รัฐบาลมีอำนาจ มีอาวุธอยู่ในมือ วันนี้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายไปจำนวนมากแล้ว รัฐบาลที่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร) ก็โดนกล่าวหาว่า ฆาตกรรมประชาชน และรัฐบาลชุดนี้ก็สืบทอดอำนาจมาจากรัฐบาลทักษิณ กำลังใช้วิธีการฆาตกรรมเหมือนกัน จึงอยากถามว่า นายกฯมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารอย่างไร และเป็นการกระทำของกลุ่มไหน และรัฐบาลจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกอย่างไร
       
       ปรากฏว่า นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน ได้ลุกขึ้นประท้วงว่าขอให้ถอนคำพูดว่ารัฐบาลฆาตกรรมประชาชน ไม่รู้ว่าคนพูดเป็นตัวแทนของพรรค หรือเป็นตัวแทนของกลุ่มพันธมิตรฯกันแน่ ซึ่งคำพูดดังกล่าวทำให้เกิดการถกเถียงกันจนประธานได้สั่งให้นายสุนัย ถอนคำพูด โดย นายสุนัย บอกว่า หากจะให้ตนถอนคำพูดก็ต้องอย่ากล่าวพาดพิงถึงบุคคลที่ตนเคารพรักด้วย
       
       ด้าน พล.ต.อ.โกวิท ชี้แจงว่า นายกฯไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น และยังได้เตือนทุกฝ่ายให้เข้าไปดูแล แก้ไขปัญหา ทุกคนทราบดีว่าพันธมิตรฯชุมนุมมา 6 เดือน และใช้เสรีภาพอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อมีการเข้าไปตรวจตามเต็นท์ก็เจอระเบิดอาวุธอยู่ตลอด ซึ่งหลายฝ่ายก็เป็นห่วง เพราะเกิดอะไรขึ้นก็ลำบาก ซึ่งทุกคนก็ทราบดีว่าม็อบนี้เป็นม็อบมีเส้น หากม็อบธรรมดาเรื่องจบไปนานแล้ว หากทุกคนช่วยกันอย่าเป็นเส้นให้เรื่องจบนานแล้ว ซึ่งการทำงานของตำรวจก็ยากลำบากมาก ซึ่งเหตุระเบิดที่เกิดตอนเช้า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุก็ไม่ยอม พึ่งให้เข้าไปดูตอนเที่ยง ซึ่งจะเห็นว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับความร่วมมือ มีการใช้อภิสิทธิ์ชนตลอด รัฐทำอะไรเด็ดขาดไม่ได้ รัฐใช้วิธีนุ่มนวลความเมตตามาตลอด ตำรวจโดนทุกอย่าง รัฐบาลโดนกล่าวหาตลอด แม้ไม่ได้ทำอะไรเลย ส่วนเรื่องกลุ่มคนร้ายกำลังมีการตรวจสอบอยู่ต้องว่าไปตามหลักฐาน
       
       นายนิพิฏฐ์ ถามต่อว่า ตนไม่โทษ พล.ต.อ.โกวิท เพราะสำนึกความเป็นผู้แทนฯรับใช้ประชาชนไม่เท่ากับผู้แทนฯจริงๆ แต่ต้องรู้ว่า เวลาที่รัฐบาลเป็นคู่กรณีกับประชาชน ไม่มีม็อบไหนที่ไม่เคยทำผิดกฎหมายเลย ซึ่งถือเป็นหลักสากลทั่วโลก แม้แต่ที่ประเทศอังกฤษสามารถถามใครบางคนได้ แต่รัฐบาลเป็นผู้รักษากฎหมายจะทำผิดไม่ได้เลย ถ้า รมว.มหาดไทย ไม่เข้าใจก็จะถลำลึกมากขึ้น และ ม็อบ นปก.ก็ผิดเหมือนกัน ที่ไปบุกบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี แต่รัฐบาลไม่สามารถทำอะไรกลุ่มผู้ชุมนุมได้
       
       “ที่ท่านบอกว่าม็อบมีเส้น ผมอยากถามแบบผู้ชายถามผู้ชายว่าเส้นจากไหน ท่านกล้าพูดออกมาก็ต้องกล้าตอบ ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริง แล้วคนฆ่ามีเส้นไหม คนฆ่าประชาชนเมื่อคืนมีเส้นใหญ่มาก ใช้เส้นจากไหนมาฆ่าประชาชน ฆ่าคนเยอะแยะ แต่จับไม่ได้แบบนี้เส้นใหญ่มากไหม แล้วใครหล่ะที่ฆ่าประชาชน เส้นใหญ่มากหรือ ถ้าจะประชุมลับก็บอกมา” นายนิพิฏฐ์ กล่าว
       
       นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ผู้นำรัฐบาลรู้หลายครั้งว่าจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น เหตุที่เกิดขึ้นเป็นปฏิบัติการของ พล.ต.คนหนึ่งชื่อย่อ ด.แล้วยังมีฝ่ายที่คุมอาวุธสังกัด ม.พัน 4 ใบหน้ามีรอยบากสามารถจำได้ง่าย ทำงานรับจ้างคุมร้านสองสลึง อยู่ย่านทองหล่อ ในรถมีระเบิดอาร์พีจี เก็บไว้ในรถถังที่ ม.พัน 4 นอกจากนี้ ยังมีชุดหน่วยยิงเอ็ม 79 ซึ่งเป็นชุดติดตาม พล.ต.อักษรย่อ ด.สังกัด ม.พัน 3 อายุ 30 ต้นๆ มียศเป็นจ่าอยู่ที่จันทบุรี อยากถามว่าข่าวทั้งหมดที่ได้มาตรงกับข่าวกรองของท่านหรือไม่ ทหารนอกรีตนี้พอถึงสิ้นเดือนก็ไปเบิกเงินภาษีจากหยาดเหยื่อแรงงานของประชาชน แล้วจะปล่อยให้ทหารนอกรีตเหล่านี้มาข่มขู่ประชาชนรายวันแบบนี้หรือ รัฐบาลจะจัดการกับทหารนอกรีตอย่างไร
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงตรงนี้ทำให้ นายสุนัย ได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า การพูดแบบนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายทหาร และเป็นความขัดแย้งของสถาบัน เหมือนที่ท่านพูดเรื่องว่าม็อบมีเส้น
       
       นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานในที่ประชุม กล่าวว่า ผู้ตั้งกระทู้จะต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตั้งกระทู้เอง ซึ่งสังคมก็จะเข้าใจ
       
       ด้าน พล.ต.อ.โกวิท ชี้แจงสั้นๆ ว่า ที่นายกฯพูดเตือนให้ระวังเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นผู้บริหารเมื่อได้รับข่าวมาก็ต้องเตือนหน่วยงานปฏิบัติ ถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนข้อมูลผู้เกี่ยวข้องว่าน่าเป็นคนร้ายนั้น ก็ขอขอบคุณมาก และดูเหมือนท่านจะได้ข้อมูลมามากกว่าตำรวจ ตนจะสั่งการให้ตรวจสอบต่อไปตามหลักฐานต่อไป
       
       ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ ได้ทวงถามประเด็นเรื่องม็อบมีเส้น ว่า ทำไมไม่ตอบ “ท่านเป็นถึงอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นลูกผู้ชาย ควรตอบคำถามนี้ก่อน” ทำให้ พล.ต.อ.โกวิท จำต้องตอบอย่างเลี่ยงๆ ว่า แนวร่วมพันธมิตรฯทั้งหมดใครช่วย ก็ถือว่าเป็นเส้นทั้งนั้น ทำให้ ส.ส.พลังประชาชน ต่างส่งเสียงหัวเราะชอบใจกันอย่างครึกครื้น
       
       นายนิพิฏฐ์ ถามต่อว่า ตนไม่ผิดหวังที่ได้รับคำตอบแบบนี้ และไม่ใช่เรื่องตลกเลย ขอให้ พล.ต.อ.โกวิท ลองหลับตาคิดดูว่าจบอย่างไร เดินย่ำรอยเท้าของรัฐบาลชุดก่อนทั้งนั้น คืนนี้ขอให้นายกฯลองคิดดูว่าจุดจบของชีวิตจะเป็นอย่างไร การที่ท่านบอกว่าใครที่เป็นผู้ช่วยเหลือพันธมิตรฯ ถือว่าเป็นแนวร่วมเป็นเส้นทั้งนั้น แบบนี้เด็กอนุบาลสองก็ตอบได้ แต่ขอถามอีกว่าคนที่ฆ่าประชาชนใช้เส้นใคร “ผมตอบให้ได้ว่าคนที่ฆ่าประชาชนใช้เส้นรัฐบาล ผมขอกล่าวหาว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้”
       
       นายนิพิฏฐ์ ยังถามต่อว่า เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะทำอย่างไร จะทายอีกไหมว่าจะเกิดเหตุร้ายในวันที่ 21 พ.ย.จะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะมมีอีก ภายใต้การบริหารของรัฐบาล และถ้าเกิดขึ้นอีกจะรับผิดชอบอย่างไร ตนเสียดายที่นายกฯรีบกลับไปก่อน เพราะต้องการจะบอกว่าก่อนที่จะไปประเทศเปรู ยังมีเวลา ถ้าคิดจะหย่าก็ให้รีบหย่าเสียตอนนี้ อย่าไปหย่าที่เมืองนอก
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชน ได้ทำการลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง จึงทำให้ประธานในที่ประชุมต้องขอให้ถอนคำพูดประโยคสุดท้าย เพราะเป็นคำพูดที่เสียดสี
       
       พล.ต.อ.โกวิท ชี้แจงว่า รัฐบาลพยามดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่ และทำให้เกิดความสงบสุขอย่างถึงที่สุด รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

โดย ผู้จัดการออนไลน์

“จันทร์ทรงกลด” เหนือยอดพระเมรุ ในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ

November 15th, 2008 | No Comments | Posted in คุณภาพชีวิต

 นายไพบูลย์ ผลมาก รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในคืนวันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันแรกของการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ นอกจากจะมีประชาชนมาเฝ้ารอรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่นแล้ว ภายหลังเสร็จพิธี ในช่วงเวลาประมาณ 22.40 น. ได้มีเหตุการณ์พระจันทร์ทรงกลดบนท้องฟ้า สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่เข้าร่วมพระราชพิธี โดยเฉพาะที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยพระจันทร์ทรงกลดเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งเหนือยอดสัปตปฎลเศวตฉัตรพระเมรุนานถึง 15 นาที
        รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า ตนได้ใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือถ่ายบันทึกไว้ เพราะส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องมงคลที่เหล่าปวงชนชาวไทยต่างมาร่วมบำเพ็ญพระกุศลถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์กันอย่างพร้อมเพรียง และด้วยพระบารมีของพระองค์ จึงเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าว เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มาแล้ว
โดย ผู้จัดการออนไลน์

สมเด็จพระบรมฯ เสด็จฯเชิญพระโกศออกพระเมรุ

November 14th, 2008 | No Comments | Posted in คุณภาพชีวิต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจเชิญพระโกศออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
       
       วันนี้ (15 พ.ย.) เมื่อเวลา 07.10น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารและท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจเชิญพระโกศออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
       
       เมื่อรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทข้างพระที่นั่งราชกรัณสภา เสด็จฯขึ้นทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จฯ ออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ทรงทอดผ้าไตรก่อนเชิญพระโกศ พระราชาคณะ 30 รูปสดับปกรณ์
       
       จากนั้นเลขาธิการสำนักพระราชวังเข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตให้เจ้าพนักงานเปลื้องพระลองทองใหญ่ที่ประกอบพระโกศออก เจ้าพนักงานเชิญพระโกศลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดลเพื่อเคลื่อนพระโกศออกจากพระทวารพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อเชิญพระโกศออกจากพระทวารพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้วทหารกองเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย และหมู่ปืนใหญ่ยิงสลุดนาทีละ 1 นัด
       
       ต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลงทางบันไดด้านมุขเหนือเพื่อไปประทับยังชาลาหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และเจ้าพนักงานเชิญพระโกศไปยังประตูกำแพงแก้ว เพื่อประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน
       
       ในเวลา 08.18น. เจ้าหน้าที่เชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคานออกจากพระบรมมหาราชวัง มีนายทหารราชองครักษ์เชิญราชวงศ์ใหญ่นำ โดยพระยานมาศสามลำคานเชิญพระโกศออกทางประตูศรีสุนทร ประตูเทวาภิรมย์ เข้าประจำริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ ๑พระโกศ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ เข้าขบวนต่อตามพระโกศไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
       
       เจ้าหน้าที่ยกสัปตปฎลเศวตฉัตรถวายกางกั้นพระโกศ คู่เคียงข้าราชการพลเรือนชั้นผู้ใหญ่ ทหารนายพลราชองครักษ์ อินทร์ พรหม พระกลด บังพระสูรย์ พระประยูรญาติเชิญเครื่องพระอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์เข้าประจำที่ในริ้วตามลำดับ ยาตราขบวนพระอิสริยยศ ๔ สาย มีเจ้าพนักงานนำริ้ว ธง ๓ ชายคู่แห่งนายทหารบก นายทหารเรือ นายทหารอากาศ ตำรวจหลวงถือหอก
       
       มหาดเล็กหลวงคู่แห่ พระพรหมมุนี นั่งเสสี่ยงกรีบบัวอ่านพระอภิธรรมนำ ข้าราชการพลเรือนชั้นผู้ใหญ่เป็นคู่เคียง อินทร์ พรหนาลิวัน ซึ่งขบวนพระอิสริยยศประกอบด้วยพระอภิรุมชุมสาย พระแสงหว่างเครื่อง แตรวง แตรฝรั่ง สังข์ ปี่ กลองชนะ ประโคมแห่เชิญพระโกศทองใหญ่ตามราชประเพณี โดยเริ่มเคลื่อนริ้วขบวนที่1 ในเวลา 08.32น.ไปตามถนนมหาราช ถนนท้ายวัง
       
       จากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินตามพระโกศไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจแทนพระองค์ ในการบำเพ็ญพระราชกุศลสดับปกรณ์ที่ท้ายเกรินพระมหาพิชัยราชรถ แล้วตามขบวนพระอิสริยยศ พระบรมวงศานุราชวงศ์ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และครอบครัว ข้าหลวง มหาดเล็ก และข้าราชบริพารในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตามขบวนพระอิสริยยศ
       
       ในเวลา 09.02น. พระยานมาศสามลำคานทรงพระโกศทองใหญ่เทียบที่เกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ เจ้าพนักงานภูษามาลาเลื่อนพระโกศทองใหญ่ จากพระยานมาศสามลำคานเข้าสู่ท้ายเกรินบันไดนาค
โดย ผู้จัดการออนไลน์

“ทักษิณ-พจมาน”หย่ากันแล้ว! เมียสุดทนรับสภาพ-”แม้ว”เดินเกมเต็มสูบ

November 14th, 2008 | No Comments | Posted in ข่าวทั่วไป

คน พปช.ระบุ”ทักษิณ-พจมาน”แยกทางกันแล้ว จดทะเบียนหย่าที่กงสุลไทย ในฮ่องกง เผยฝ่ายเมียสุดทนรับสภาพไร้แผ่นดินอยู่ ต้องระเหเร่ร่อน ขณะลูกทั้งสามคนต้องทำใจ ด้าน”แม้ว”ขอลุยการเมืองเต็มสูบ ประกาศกร้าวต้องกลับไทยให้ได้
       
       มีรายงานจากพรรคพลังประชาชนแจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ระหว่างการหนีคดีทุจริต พร้อมคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา ได้เดินทางไปจดทะเบียนหย่า ที่สถานกงสุลใหญ่ไทย ประจำฮ่องกงแล้ว หลังจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางไปที่รัฐดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
       
       แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุถึงสาเหตุการหย่า ว่า เนื่องจากคุณหญิงพจมานไม่เห็นด้วยที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเล่นการเมืองต่อไปอีก เพราะที่ผ่านมาครอบครัวถูกแรงกดดันจากการเมืองอย่างมาก คุณหญิงพจมานพยายามหลายครั้งแล้วที่จะกล่อมให้ พ.ต.ท.ทักษิณเลิกเล่นการเมือง แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังไม่ยอมวางมือ ทำให้ถูกแรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดถึงขนาดถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก และล่าสุดถูกประเทศอังกฤษถอนวีซ่า ต้องระเหร่อร่อนไร้ประเทศอาศัย ทำให้คุณหญิงพจมานรับไม่ได้กับสภาพการณ์ เช่นนี้ และออกปากขอหย่าในที่สุด
       
       สำหรับลูกทั้ง 3 คนคือนายพานทองแท้ นางสาวพิณทองทา และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ต่างก็รับทราบเรื่องแล้ว แต่ละคนก็พยายามทำใจกันอยู่ ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณหลังจากทำใจได้แล้วคงจะเปิดฉากแสดงบทบาททางการเมืองมากขึ้น
       
       มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางออกจากประเทศจีนไปพักที่โรงแรมในฮ่องกง โดยตลอดวันที่ 13 พ.ย.มีแกนนำของพรรคพลังประชาชน เดินทางไปพบหลายคน รวมทั้ง ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง นายเนวิน ชิดชอบ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีต รองอธิบดีกรมตำรวจ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงยืนยันอย่างแข็งกร้าว ว่าจะสู้ต่อไปเพื่อเดินทางกลับมาประเทศไทย
โดย ผู้จัดการออนไลน์

กองสลากฯ พร้อมเดินหน้าหวยออนไลน์หาก รมว.คลังไฟเขียว

November 14th, 2008 | No Comments | Posted in ข่าวทั่วไป

นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การดำเนินการเกี่ยวกับหวยออนไลน์สามารถกระทำได้หากดำเนินการภายใต้มาตรา 22 ตามพระราชบัญญัติสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และในเบื้องต้นก็ได้มีการปรึกษากับสำนักงานกฤษฎีกา ซึ่งก็มีความเห็นที่ตรงกัน แต่ต้องดำเนินการตามมาตรา 22 ในการแบ่งสัดส่วนรายได้
        อย่างไรก็ตาม สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลพร้อมจะดำเนินการหากได้รับนโยบายการมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
        นอกจากนี้ ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ คณะกรรมการจะมีการประชุมหารือกันนัดพิเศษแต่ยังไม่มีในรายละเอียดของวาระการประชุม
โดย ผู้จัดการออนไลน์

“ในหลวง-ราชินี”ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุถวายพระศพ”พระพี่นางฯ”

November 14th, 2008 | No Comments | Posted in คุณภาพชีวิต

วันนี้ (14 พ.ย.) เวลา 17.58 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงจุดธุปเทียนเครื่องราชสักการะพระศพ ถวายพัดรองที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงพระศพแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช และสมเด็จพระราชาคณะ ที่จะถวายพระธรรมเทศนา และพระสวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 84 รูป เท่าพระชันษา บรรพชิตจีนและญวณ 20 รูป
        ขณะที่สำนักพระราชวังสรุปยอดผู้ถวายสักการะพระศพ รวม 317 วัน จนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน ทั้งสิ้น 1,465,911 คน ส่วนยอดเงินทูลเกล้าฯ ถวาย 162,497,583.67 บาท
โดย ผู้จัดการออนไลน์

รมว.พลังงาน มั่นใจปริมาณสำรองก๊าซเพียงพอถึง ปี 2569

November 14th, 2008 | No Comments | Posted in ข่าวทั่วไป

 นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารเชื้อเพลิงชีวภาพ (กกช.) ว่า ขณะนี้การก่อสร้างท่อก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 3 ของ ปตท. เสร็จเรียบร้อยแล้วในแหล่งพัฒนาร่วมไทย - มาเลเซีย (เจดีเอ) หรือ เอ18 สามารถนำก๊าซขึ้นมาใช้ได้ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งเข้าระบบผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าจะนะ 100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และโรงไฟฟ้าระยอง 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
        ขณะนี้ไทยมีก๊าซใช้อยู่ที่ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจากการผลิตก๊าซจากแหล่งก๊าซในประเทศมีอยู่ 2,835 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เมื่อรวมกับการจัดซื้อก๊าซจากสหภาพพม่าอีก 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งผลให้ในอนาคตไทยจะมีก๊าซใช้ 3,835 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จึงมั่นใจได้ว่าปริมาณสำรองก๊าซของไทยไว้ใช้ในประเทศเพียงพอกับความต้องการได้ถึง 20 ปี (ปี 2569) ในอัตราวันละ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
        รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แม้ว่าในอนาคตไทยจะมีก๊าซใช้เพียงพอ แต่ก็มีโอกาสหมดลง จึงจำเป็นต้องสำรวจหาแหล่งก๊าซใหม่ๆในภูมิภาคเอเชียเป็นหลักและแหล่งก๊าซในตะวันออกกลางด้วย หรือการจัดหาแหล่งเชื้อเพลิงอื่นๆเพิ่มเติม ป้องกันปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงในอนาคต อย่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ที่คาดว่าจะได้ความชัดเจนว่าจะก่อสร้างหรือไม่ก่อสร้างในอีก 3 ปีข้างหน้า แต่ต้องมีความคุ้มทุนทางเศรษฐศาสตร์ มีความปลอดภัย และประชาชนยอมรับ
โดย ผู้จัดการออนไลน์